🚨 ภาคที่ 8 — คู่มือฉุกเฉิน: เจ็บป่วยและ Red Flags

บทที่ 36 — อุบัติเหตุ การปฐมพยาบาล และ Red Flags ฉบับรวม

สารบัญทั้งเล่ม ← หน้าแรก
เช็กลิสต์ในบทนี้

⚠️ อ่านย่อหน้านี้ก่อน

การอ่านบทนี้ไม่เท่ากับการทำเป็น

บทนี้ช่วยให้คุณ "จำได้" ในนาทีที่ตื่นตระหนก — แต่ไม่สามารถแทนการฝึกปฏิบัติจริงได้

✅ สิ่งที่ต้องทำ: ไปเรียนการช่วยเหลือเด็กสำลักและ CPR เด็ก — และให้ทุกคนที่ดูแลลูกไปเรียนด้วย

เรียนได้ที่: โรงพยาบาลใกล้บ้าน · สภากาชาดไทย · หน่วยกู้ชีพในพื้นที่ · ศูนย์ฝึกอบรมที่ได้รับการรับรอง

☎️ 1669 การแพทย์ฉุกเฉิน · 1367 ศูนย์พิษวิทยา (24 ชม.)

36.1 สำลักติดคอและการช่วยชีวิตเบื้องต้น

🟡 อุดกั้นบางส่วน (ไอได้) 🔴 อุดกั้นรุนแรง (ไอไม่ได้)
เสียง ไอเสียงดัง · ร้องได้ · หายใจมีเสียง 🚨 ไอไม่มีเสียง · ร้องไม่ออก · พูดไม่ได้
สีหน้า แดง 🚨 เขียวคล้ำ
ท่าทาง ดิ้นและไอ 🚨 จับคอตัวเอง · ตาเบิกกว้าง · ดิ้นแล้วเงียบลง
ทำอะไร ### ✅ ให้เขาไอออกเอง
อยู่ข้าง ๆ · เฝ้าดูใกล้ชิด
🚫 ห้ามล้วงคอ
### 🚨 ช่วยทันทีตามขั้นตอนด้านล่าง
และให้คนอื่นโทร 1669

🚫 กฎที่สำคัญที่สุด: ห้ามล้วงคอเพื่อควักสิ่งของออก

เพราะจะดันสิ่งของลงลึกกว่าเดิมยกเว้นกรณีที่เห็นสิ่งของชัดเจนและหยิบออกได้ง่ายด้วยนิ้ว


📢 แนวทาง AHA และ AAP: ในทารกที่มีการอุดกั้นทางเดินหายใจจากสิ่งแปลกปลอมอย่างรุนแรง แนะนำให้ทำ "5 ตบหลัง สลับกับ 5 กดอก" ซ้ำเป็นรอบ [1]

🚫 และ "ไม่แนะนำการกดท้อง (abdominal thrusts) ในทารก" [1]

ขั้นตอน

1. 📞 ให้คนอื่นโทร 1669 — ถ้าอยู่คนเดียว ให้เริ่มช่วยก่อนแล้วโทรทันทีที่ทำได้

2. 🖐️ ตบหลัง 5 ครั้ง

  • วางทารกคว่ำหน้าบนท้องแขนของคุณ ให้ศีรษะต่ำกว่าลำตัว
  • ใช้มืออีกข้างประคองขากรรไกรและศีรษะ — 🔺 ไม่กดที่คอ
  • ใช้ส้นมือตบระหว่างสะบักทั้งสองข้าง 5 ครั้ง อย่างหนักแน่นแต่ไม่รุนแรงเกินไป

3. 🫱 กดอก 5 ครั้ง

  • พลิกทารกหงายขึ้นบนท้องแขน โดยประคองศีรษะไว้และให้ศีรษะยังต่ำกว่าลำตัว
  • ใช้ 2 นิ้ว (นิ้วชี้และนิ้วกลาง) วางที่กลางกระดูกหน้าอก ต่ำกว่าแนวราวนม
  • กดลงตรง ๆ 5 ครั้ง

4. 🔁 ทำสลับกันต่อไป — 5 ตบหลัง / 5 กดอก [1]

ตรวจปากระหว่างรอบ · ถ้าเห็นสิ่งของและหยิบออกได้ง่ายจึงหยิบ

5. 🚨 ถ้าทารกหมดสติหรือไม่ตอบสนอง → เริ่ม CPR ทันที


📢 แนวทาง AHA และ AAP: ในเด็กที่มีการอุดกั้นทางเดินหายใจอย่างรุนแรง แนะนำให้ทำ "5 ตบหลัง สลับกับ 5 กดท้อง" ซ้ำเป็นรอบ [1]

ขั้นตอน

1. 📞 ให้คนอื่นโทร 1669

2. 🖐️ ตบหลัง 5 ครั้ง

  • ให้เด็กโน้มตัวไปข้างหน้า
  • ใช้ส้นมือตบระหว่างสะบัก 5 ครั้ง

3. 🫸 กดท้อง 5 ครั้ง

  • ยืนหรือคุกเข่าอยู่ด้านหลังเด็ก · โอบรอบเอว
  • กำมือข้างหนึ่ง วางด้านนิ้วโป้งไว้ที่หน้าท้อง เหนือสะดือ ต่ำกว่าปลายกระดูกหน้าอก
  • จับมือที่กำด้วยมืออีกข้าง แล้วกระตุกเข้าและขึ้น 5 ครั้ง

4. 🔁 ทำสลับกันต่อไป — 5 ตบหลัง / 5 กดท้อง [1]

5. 🚨 ถ้าเด็กหมดสติ → วางลงบนพื้นราบและเริ่ม CPR ทันที

⚠️ หลังจากการกดท้องทุกกรณี ต้องพาไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจ

เพราะการกดท้องอาจทำให้อวัยวะภายในบาดเจ็บได้ แม้สิ่งของจะออกมาแล้ว


🔢 ตัวเลขที่ต้องจำ

หัวข้อ ทารก (< 1 ปี) เด็ก (1 ปี – วัยรุ่น)
มือที่ใช้กด 2 นิ้ว (นิ้วชี้+นิ้วกลาง) หรือ 2 นิ้วโป้งโอบรอบอก ส้นมือ 1 ข้าง (หรือ 2 ข้างในเด็กโต)
ตำแหน่ง กลางกระดูกหน้าอก ต่ำกว่าแนวราวนม กลางกระดูกหน้าอก
ความลึก 🔺 ราวหนึ่งในสามของความหนาหน้าอก [1] 🔺 ราวหนึ่งในสามของความหนาหน้าอก [1]
อัตราการกด 🔺 100–120 ครั้งต่อนาที [1] 🔺 100–120 ครั้งต่อนาที [1]
อัตรากด : ช่วยหายใจ 30 : 2 ถ้าช่วยคนเดียว · 15 : 2 ถ้ามีผู้ช่วยที่ได้รับการฝึก 2 คน [1] เช่นเดียวกัน [1]

💡 จังหวะ 100–120 ครั้งต่อนาที = เร็วประมาณ 2 ครั้งต่อวินาที

📋 ลำดับที่ทำ

1. 👀 ตรวจการตอบสนอง

เรียกชื่อ · แตะไหล่ (ทารก: เคาะฝ่าเท้า) · ห้ามเขย่า

2. 📞 โทร 1669 และเปิดลำโพง

ถ้ามีคนอื่น ให้เขาโทรและหาเครื่อง AED · ถ้าอยู่คนเดียว ให้โทรพร้อมเปิดลำโพงแล้วเริ่ม CPR

3. 🫁 ดูการหายใจไม่เกิน 10 วินาที

⚠️ การหายใจที่ผิดปกติหรือเป็นเสียงฮุบ ๆ ไม่ถือว่าหายใจ

4. 💓 เริ่มกดหน้าอกทันที

กดแรง กดเร็ว ปล่อยให้อกคืนตัวสุดทุกครั้ง · ลดการหยุดกดให้น้อยที่สุด

5. 🔁 กด 30 ครั้ง → ช่วยหายใจ 2 ครั้ง (ถ้าคนเดียว) [1]

เปิดทางเดินหายใจโดยเชยคางขึ้นเบา ๆ · เป่าให้เห็นหน้าอกยกขึ้นเล็กน้อย ⚠️ ในทารก เป่าเบามาก ๆ — แค่พอเห็นอกขยับ

6. ⏱️ ทำต่อเนื่องจนกว่า

เด็กตอบสนอง · หน่วยกู้ชีพมาถึง · หรือคุณหมดแรง (ให้สลับกับคนอื่นทุก 2 นาทีถ้ามี)

💚 และข้อที่อยากให้จำที่สุด

ถ้าคุณช่วยหายใจไม่เป็นหรือไม่มั่นใจ — ให้ "กดหน้าอกอย่างเดียว" ต่อเนื่องไป

การกดหน้าอกอย่างเดียว ดีกว่าการไม่ทำอะไรเลยอย่างมาก

36.2 ชัก และการชักจากไข้สูง

1. ⏱️ ดูเวลาเริ่ม

สำคัญที่สุดสำหรับหมอ — ถ้าทำได้ ให้ถ่ายวิดีโอไว้ด้วย

2. 🛏️ จัดให้นอนตะแคงบนพื้นราบ

ย้ายของแข็งและของมีคมออก · หนุนศีรษะด้วยของนุ่มถ้ามี · คลายเสื้อผ้าที่รัดคอ

3. 🚫 ห้ามใส่อะไรในปาก และห้ามจับตัวแน่น

4. 📞 อยู่กับลูกและโทร 1669 ตามเกณฑ์ด้านล่าง

🚫 สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

❌ ห้าม ทำไม
ใส่ช้อน นิ้ว ผ้า หรืออะไรในปาก 🚨 เสี่ยงฟันหัก สำลัก และทำให้ทางเดินหายใจอุดกั้น · ลูกกัดลิ้นตัวเองจนอันตรายได้น้อยมาก
จับตัวแน่นเพื่อหยุดการเกร็ง หยุดไม่ได้ และอาจทำให้กระดูกหรือข้อบาดเจ็บ
ให้น้ำ นม หรือยาทางปาก 🚨 สำลักเข้าปอดได้
เช็ดตัวด้วยน้ำเย็นหรือแช่น้ำเย็น ไม่ช่วยหยุดชักและทำให้หนาวสั่น
ตบหน้า เขย่า หรือปลุก ไม่ช่วยและอาจทำให้บาดเจ็บ
ใช้เข็มทิ่มหรือกรีดผิวหนัง ⚠️ ความเชื่อพื้นบ้านที่อันตรายและเสี่ยงติดเชื้อ

📊 ชักจากไข้ — ข้อมูลที่ช่วยไม่ให้ตื่นตระหนกเกินไป

พบในเด็กราวร้อยละ 2–5 ในช่วงอายุ 6 เดือน – 5 ปี [2]

และข้อมูล 2 ข้อที่สำคัญ [2]

1. ไม่ได้เกิดจาก "ความสูงของไข้" 2. 🔺 ยาลดไข้ป้องกันชักจากไข้ไม่ได้

สิ่งที่ควรเข้าใจเพิ่ม

  • ชักจากไข้แบบไม่ซับซ้อนมักหยุดเองภายในไม่กี่นาที
  • หลังชัก ลูกมักง่วงและสับสนสักระยะ — เป็นเรื่องปกติ
  • การชักจากไข้แบบไม่ซับซ้อนโดยทั่วไปไม่ทำให้สมองเสียหาย
  • ⚠️ แต่การชักครั้งแรกต้องให้แพทย์ประเมินทุกกรณี เพื่อแยกสาเหตุอื่น เช่น การติดเชื้อในสมอง

🚨 โทร 1669 ทันทีเมื่อ

  • 🔺 ชักนานเกิน 5 นาที
  • 🔺 ชักครั้งแรกในชีวิต
  • ชักซ้ำภายในการเจ็บป่วยครั้งเดียวกัน
  • ชักไม่ทั่วตัว หรือชักเฉพาะข้างเดียว
  • หลังชักแล้วไม่ฟื้นภายในเวลาอันควร หรือยังซึมมาก
  • หายใจลำบากหรือตัวเขียวขณะหรือหลังชัก
  • ชักในทารกอายุน้อยกว่า 6 เดือน
  • ชักร่วมกับ: คอแข็ง · กระหม่อมโป่ง · ผื่นกดไม่จาง · อาเจียนมาก
  • ชักหลังการบาดเจ็บที่ศีรษะ
  • ชักโดยไม่มีไข้

36.3 อุบัติเหตุที่บ้านและการปฐมพยาบาล

✅ ทำอะไร

  1. ประคบเย็นบริเวณที่กระแทก 15–20 นาที
  2. ให้พักและสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด 24–48 ชั่วโมง
  3. จดเวลาและลักษณะการล้ม
  4. ให้กินดื่มได้ตามปกติถ้าไม่อาเจียน

🚨 ไปโรงพยาบาลทันทีถ้ามี

  • ซึม ปลุกตื่นยาก หรือหมดสติแม้เพียงชั่วครู่
  • อาเจียนซ้ำ ๆ (อาเจียน 1 ครั้งหลังตกใจอาจพบได้ แต่ ซ้ำหลายครั้งคือสัญญาณเตือน)
  • ชัก
  • 🚨 เลือดหรือน้ำใสไหลจากหูหรือจมูก
  • รูม่านตาสองข้างขนาดไม่เท่ากัน
  • แขนขาข้างหนึ่งอ่อนแรง เดินเซ พูดไม่ชัด
  • ร้องไม่หยุดผิดปกติ หรือพฤติกรรมเปลี่ยนไปชัดเจน
  • ศีรษะบวมนูนหรือมีรอยบุ๋ม
  • ตกจากที่สูงเกินความสูงของตัวเด็กเอง หรือตกลงบนพื้นแข็ง
  • ทารกอายุน้อยกว่า 1 ปีที่ศีรษะกระแทกควรให้แพทย์ประเมิน
  • 🚨 สงสัยว่าถูกเขย่าหรือถูกทำร้าย (บทที่ 19.4)

✅ แผลถลอก

  1. ล้างมือตัวเองก่อน
  2. ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดไหลผ่านและสบู่อ่อน
  3. ซับให้แห้งด้วยผ้าสะอาด
  4. ปิดแผลด้วยพลาสเตอร์หรือผ้าก๊อซ
  5. 🚫 ไม่ใช้แอลกอฮอล์หรือไอโอดีนเข้มข้นราดลงในแผลเปิด — ทำให้เนื้อเยื่อเสียหาย

🩸 แผลที่มีเลือดออก

  1. กดห้ามเลือดด้วยผ้าสะอาดอย่างต่อเนื่อง 5–10 นาที — 🔺 ห้ามเปิดดูบ่อย ๆ
  2. ยกส่วนที่บาดเจ็บให้สูงกว่าระดับหัวใจถ้าทำได้
  3. ถ้าผ้าชุ่มเลือด ให้ทับผ้าใหม่ลงไปโดยไม่เอาผ้าเดิมออก
  4. 🚫 ไม่รัดขันชะเนาะ (tourniquet) โดยไม่ได้รับการฝึก

🚨 ไปโรงพยาบาลถ้า

  • เลือดไม่หยุดหลังกดต่อเนื่อง 10 นาที หรือ เลือดพุ่งเป็นจังหวะ
  • แผลลึก ขอบแยกออกจากกัน หรือเห็นไขมัน กล้ามเนื้อ หรือกระดูกอาจต้องเย็บ
  • แผลที่ใบหน้า ริมฝีปาก หรือใกล้ตา
  • แผลจากของสกปรก ตะปู หรือของที่มีสนิมต้องประเมินวัคซีนบาดทะยัก
  • มีสิ่งแปลกปลอมฝังในแผล — 🚫 ไม่ดึงออกเอง
  • แผลที่ข้อต่อและขยับไม่ได้
  • แผลบวมแดงร้อน มีหนอง หรือมีไข้ตามมา (สงสัยติดเชื้อ)

✅ ทำทันที: น้ำเย็นไหลผ่าน 20 นาที

ราดหรือแช่บริเวณที่ถูกลวกด้วยน้ำเย็นหรือน้ำอุ่นเล็กน้อยที่ไหลผ่าน เป็นเวลา 20 นาที [3]

🚫 ห้ามใช้น้ำแข็ง น้ำใส่น้ำแข็ง ครีม หรือสิ่งที่มีความมัน เช่น เนย [3]

และห้ามใช้ ครีม เจล ยาสีฟัน เนย หรืออะไรอื่นทาบนแผลไหม้ [3]

ลำดับที่ทำ

  1. นำเด็กออกจากแหล่งความร้อนทันที
  2. ถอดเสื้อผ้าหรือเครื่องประดับที่บริเวณนั้นออกอย่างระวัง — 🚫 ถ้าติดกับผิวหนัง ห้ามดึง
  3. 🔺 ราดน้ำเย็นไหลผ่าน 20 นาที [3]
  4. ระวังภาวะตัวเย็นเกินในเด็กเล็ก — ห่มส่วนอื่นของร่างกายไว้
  5. ปิดด้วยผ้าสะอาดที่ไม่มีขุย หรือฟิล์มถนอมอาหารสะอาด (วางทับ ไม่พันรอบ)
  6. 🚫 ห้ามเจาะตุ่มพอง
  7. ให้ยาแก้ปวดตามที่แพทย์แนะนำ

⚠️ และหลักที่ต้องจำ: ถ้าเด็กถูกลวก ให้ปรึกษาแพทย์ — แต่ต้องราดน้ำให้ครบ 20 นาทีก่อน [3]

🚨 ไปโรงพยาบาลทันทีถ้า

  • แผลใหญ่กว่าฝ่ามือของเด็กเอง
  • มีตุ่มพอง หรือผิวหนังลอก
  • แผลไหม้ลึก · ผิวขาวซีด แข็ง หรือไหม้ดำ · ไม่รู้สึกเจ็บ
  • แผลที่ใบหน้า มือ เท้า อวัยวะเพศ หรือรอบข้อต่อ
  • แผลรอบตัวเป็นวง (เช่น รอบแขนหรือรอบขา)
  • ไฟไหม้จากไฟฟ้าหรือสารเคมีต้องไปทุกกรณี
  • สงสัยสำลักควันหรือทางเดินหายใจถูกลวกขนจมูกไหม้ · เสียงแหบ · ไอเป็นเขม่า
  • เด็กอายุน้อยกว่า 1 ปีที่ถูกลวกควรให้แพทย์ประเมิน

👁️ ของเข้าตา

สิ่งที่เข้าตา ทำอะไร
ฝุ่นหรือเศษผงเล็ก ๆ ล้างด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือไหลผ่าน 10–15 นาที · 🚫 ห้ามขยี้ตา
สารเคมี 🚨 ล้างด้วยน้ำสะอาดไหลผ่านทันทีอย่างน้อย 15–20 นาที แล้วไปโรงพยาบาล · นำภาชนะสารเคมีไปด้วย
ของแหลมหรือของที่ฝังในตา 🚨 ห้ามดึงออก · ห้ามล้าง · ปิดตาเบา ๆ ด้วยผ้าสะอาดโดยไม่กด · ไปโรงพยาบาลทันที

🚨 ไปโรงพยาบาลถ้า: ตายังเจ็บหรือแดงหลังล้าง · มองไม่ชัด · กลัวแสงมาก · น้ำตาไหลไม่หยุด · เห็นรอยขีดข่วนที่กระจกตา · หรือลูกไม่ยอมเปิดตา

👃 ของเข้าจมูก

  • ให้เด็กที่โตพอ "สั่งน้ำมูกออก" โดยปิดรูจมูกอีกข้าง
  • 🚫 ห้ามใช้ไม้แคะ ที่คีบ หรือสำลีก้านจะดันเข้าลึกกว่าเดิม
  • ถ้าเอาออกไม่ได้ ให้ไปโรงพยาบาล
  • 🚨 ถ้าเป็นถ่านกระดุมหรือแม่เหล็ก → ไปโรงพยาบาลทันที เป็นภาวะฉุกเฉิน [4]

👂 ของเข้าหู

  • 🚫 ห้ามพยายามเอาออกเอง
  • ถ้าเป็นแมลง อาจหยอดน้ำมันมะกอกอุ่นเล็กน้อยเพื่อให้แมลงหยุดเคลื่อนไหวแต่ต้องไปพบแพทย์
  • 🚨 ถ่านกระดุมในหู = ภาวะฉุกเฉิน [4]

🐝 แมลงกัดต่อย

  1. ถ้ามีเหล็กในค้าง ให้ขูดออกด้วยขอบบัตรแข็ง — 🚫 ไม่บีบด้วยนิ้ว
  2. ล้างด้วยน้ำและสบู่
  3. ประคบเย็น 10–15 นาที
  4. ตัดเล็บสั้นเพื่อลดการเกา

🚨 โทร 1669 ทันทีถ้ามี

หายใจลำบาก · เสียงหวีด · หน้าหรือปากบวม · ลมพิษทั่วตัว · ซึม ตัวอ่อน · อาเจียนซ้ำ ๆ → นี่คือการแพ้รุนแรง · ถ้ามียาฉีดอะดรีนาลีน ให้ฉีดทันที (บทที่ 23.3)

🐕 สุนัข แมว หรือสัตว์กัด — เรื่องสำคัญมากในไทย

🚨 ล้างแผลด้วยน้ำและสบู่ "อย่างน้อย 15 นาที" ทันที

องค์การอนามัยโลกระบุว่าการดูแลหลังสัมผัสโรคพิษสุนัขบ้าประกอบด้วย การล้างแผลอย่างทั่วถึงด้วยน้ำและสบู่เป็นเวลาอย่างน้อย 15 นาที โดยเร็วที่สุดหลังการสัมผัส [5]

การล้างแผลเพียงอย่างเดียวลดความเสี่ยงการติดเชื้อพิษสุนัขบ้าได้อย่างมีนัยสำคัญ [5]

ลำดับที่ทำ

1. 🚰 ล้างแผลด้วยน้ำไหลผ่านและสบู่อย่างน้อย 15 นาที [5]

2. 🧴 ใส่ยาฆ่าเชื้อ (โพวิโดนไอโอดีนหรือแอลกอฮอล์)

3. 🏥 ไปโรงพยาบาลทุกกรณี — ไม่ใช่แค่แผลใหญ่

4. 📝 จดข้อมูลสัตว์สัตว์อะไร · มีเจ้าของไหม · ฉีดวัคซีนไหม · สัตว์อยู่ที่ไหน · พฤติกรรมสัตว์ผิดปกติไหม

5. 🚫 ห้ามเย็บแผลทันทีโดยไม่ประเมินความเสี่ยงพิษสุนัขบ้าก่อน

⚠️ สิ่งที่พ่อแม่ไทยต้องรู้

การดูแลหลังสัมผัส (PEP) ประกอบด้วย การล้างแผลอย่างทั่วถึง · การให้วัคซีนพิษสุนัขบ้าครบชุด · และการให้อิมมูโนโกลบูลินเมื่อมีข้อบ่งชี้ [5]

🚨 โรคพิษสุนัขบ้าเมื่อแสดงอาการแล้วเสียชีวิตแทบทุกราย — แต่ป้องกันได้เกือบ 100% ถ้าได้รับการดูแลทันเวลา

แปลว่า: อย่ารอดูอาการ · แม้แผลจะเล็กมากหรือเพียงถูกเลียบนผิวที่มีรอยถลอก · และรวมถึงลูกแมวลูกหมาที่บ้านด้วย

🚨 และสัตว์อื่น: ค้างคาว ลิง หนู กระรอก — ให้ถือว่ามีความเสี่ยงและไปโรงพยาบาลทุกกรณี


🚨 โทร 1367 (ศูนย์พิษวิทยา) หรือไปโรงพยาบาลทันที

🚫 สิ่งที่ห้ามทำ

❌ ห้าม ทำไม
ทำให้อาเจียน 🚨 สารกัดกร่อนและน้ำมันจะทำอันตรายซ้ำและอาจสำลักเข้าปอด
ให้ดื่มนม น้ำเกลือ หรือน้ำมะนาว "เพื่อล้างพิษ" ไม่ช่วยและอาจทำให้แย่ลง
ให้ผงถ่านเอง ต้องอยู่ในดุลพินิจแพทย์
รอดูอาการ 🔺 สารหลายชนิดออกฤทธิ์ช้าแต่รุนแรง

✅ สิ่งที่ควรทำ

  1. นำภาชนะหรือฉลากของสิ่งที่กลืนไปด้วย — 🔺 สำคัญมากที่สุด
  2. จดเวลาและปริมาณโดยประมาณ
  3. ถ้าเปื้อนผิวหนัง ให้ถอดเสื้อผ้าออกและล้างด้วยน้ำมาก ๆ
  4. ถ้าเข้าตา ให้ล้างด้วยน้ำไหลผ่าน 15–20 นาที
  5. โทร 1367 เพื่อขอคำแนะนำระหว่างเดินทาง

🔋 ถ่านกระดุม — อันตรายเป็นพิเศษ

เมื่อติดค้างในหลอดอาหาร ถ่านจะสร้างกระแสไฟฟ้าและทำให้เกิดแผลไหม้จากด่าง ซึ่งกัดทำลายเนื้อเยื่อได้ภายในเวลาเพียง 2 ชั่วโมง [4]

🚨 ไปโรงพยาบาลทันที

🚫 ไม่ทำให้อาเจียน · ไม่ให้กินอาหารหรือน้ำ · ไม่รอดูอาการ นำถ่านรุ่นเดียวกันหรืออุปกรณ์ไปด้วยถ้าทำได้ ⚠️ ถ่านที่ติดในจมูกหรือหูก็เป็นภาวะฉุกเฉินเช่นกัน [4]

🧲 แม่เหล็กมากกว่า 1 ชิ้น = ภาวะฉุกเฉิน — เพราะแม่เหล็กจะดูดกันผ่านผนังลำไส้จนทะลุ

36.4 ตู้ยาประจำบ้านและสิ่งที่ห้ามใช้

✅ รายการที่ควรมี

หมวด ของที่ควรมี
🌡️ วัดและประเมิน ปรอทดิจิทัล (🚫 ไม่ใช้ปรอทแก้ว) · ไฟฉายเล็ก
💊 ยา พาราเซตามอลชนิดน้ำสำหรับเด็ก พร้อมกระบอกตวงที่มาพร้อมยา · ผงเกลือแร่ ORS หลายซอง · น้ำเกลือหยอดจมูกและลูกยางดูด · น้ำเกลือล้างแผล
🩹 ทำแผล ผ้าก๊อซ · พลาสเตอร์หลายขนาด · เทปติดผ้าก๊อซ · ผ้าพันแผลยืด · กรรไกรปลายมน · โพวิโดนไอโอดีน
❄️ อื่น ๆ เจลประคบเย็น · ถุงมือใช้แล้วทิ้ง · ฟิล์มถนอมอาหาร (สำหรับแผลไหม้)
📋 เอกสาร 🔺 กระดาษหนึ่งแผ่น: น้ำหนักลูกล่าสุด · ขนาดยาที่หมอเขียนให้ · ประวัติแพ้ยาและอาหาร · โรคประจำตัว · เบอร์หมอและเบอร์ฉุกเฉิน

🔒 วิธีเก็บอย่างปลอดภัย

  • 🚨 เก็บในที่ล็อกได้ — "เก็บสูง" ไม่พอ เพราะเด็กปีนได้เร็วกว่าที่คิด (บทที่ 25.3)
  • ⚠️ ระวังเป็นพิเศษกับวิตามินและอาหารเสริมแบบกัมมี่ที่หน้าตาเหมือนขนม (บทที่ 22.4)
  • 🚩 ยาของปู่ย่าตายายที่วางข้างเตียงหรือในกระเป๋า — จุดที่ถูกลืมบ่อยที่สุด
  • ตรวจวันหมดอายุทุก 6 เดือน
  • เก็บยาในภาชนะเดิมพร้อมฉลาก — 🚫 ไม่ย้ายใส่ขวดอื่น
  • 🚫 ไม่ใส่สารเคมีในขวดน้ำดื่มเด็ดขาด

🚫 ยาและสิ่งที่ห้ามใช้ในเด็กเล็ก — พร้อมเหตุผล

ห้ามใช้ เหตุผล
แอสไพริน 🚨 เสี่ยงภาวะรุนแรงที่กระทบตับและสมองในเด็ก
ยาแก้ไอและยาแก้หวัดชนิดซื้อเอง FDA ไม่แนะนำในเด็กต่ำกว่า 2 ปีเพราะอาจก่อผลข้างเคียงถึงชีวิต · AAP ให้หลีกเลี่ยงในเด็กต่ำกว่า 4 ปี [6] (บทที่ 35.2)
ยาหยุดถ่าย (loperamide) WHO และ AAP ไม่สนับสนุนในเด็ก (บทที่ 35.3)
ยาปฏิชีวนะที่เหลือจากครั้งก่อน ไม่ครบขนาด · อาจไม่ตรงเชื้อ · เพิ่มการดื้อยา
ยาของผู้ใหญ่หรือของพี่ ความเข้มข้นและขนาดต่างกัน
ยาสูตรผสมหลายตัวยา 🚨 เสี่ยงได้พาราเซตามอลซ้ำซ้อนเกินขนาด
น้ำผึ้งในเด็กต่ำกว่า 1 ปี เสี่ยงโบทูลิซึม (บทที่ 21.4)
ยาหอม ยาน้ำสมุนไพร ยาลูกกลอน ไม่มีข้อมูลความปลอดภัยในเด็ก · เคยมีรายงานการปนเปื้อนสารหนักและสเตียรอยด์
ครีมสมุนไพรหรือครีมที่ไม่ทราบส่วนผสม มีรายงานผสมสเตียรอยด์ความแรงสูงโดยไม่ระบุฉลาก (บทที่ 23.4)
แอลกอฮอล์เช็ดตัวลดไข้ 🚨 ดูดซึมทางผิวหนังและเป็นพิษ
ยาสีฟัน เนย ครีม บนแผลไหม้ [3]
สร้อยอำพันหรือสร้อยหินสำหรับฟันขึ้น เสี่ยงรัดคอและสำลักลูกปัด · ไม่มีหลักฐานว่าได้ผล (บทที่ 25.1)
น้ำมันระเหยหรือยาหม่องทาจมูกทารก อาจระคายเคืองทางเดินหายใจ

36.5 🚨 ตาราง Red Flags รวมทุกช่วงวัย

📋 หน้านี้ออกแบบให้ปรินต์ติดตู้เย็น


ใช้ได้กับทุกช่วงวัย

ระบบ สัญญาณ
🫁 การหายใจ หายใจลำบาก · ชายโครงบุ๋ม · จมูกบาน · เสียงครางตอนหายใจออก · ตัวเขียวหรือปากเขียว · หยุดหายใจ · หายใจเร็วเกินเกณฑ์ (< 2 เดือน ≥60 · 2–11 เดือน ≥50 · 1–5 ปี ≥40 ครั้ง/นาที) [7]
🧠 ความรู้สึกตัว ซึมผิดปกติ · ปลุกไม่ตื่น · ตัวอ่อนปวกเปียก · ไม่ตอบสนอง
ระบบประสาท ชัก · เกร็งกระตุก · เหม่อลอยไม่ตอบสนอง · คอแข็ง · กระหม่อมโป่งตึง
🔴 ผิวหนัง ผื่นสีแดงคล้ำหรือจุดเลือดออกที่กดแล้วไม่จาง · หน้าหรือปากบวม · ลมพิษทั่วตัวร่วมกับอาเจียนหรือหายใจผิดปกติ
💧 การขาดน้ำ ไม่ปัสสาวะเกิน 8–12 ชั่วโมง · ไม่มีน้ำตา · ตาลึกโหล · กระหม่อมบุ๋มลึก
🤮 ทางเดินอาหาร อาเจียนสีเขียว · อาเจียนมีเลือด · ถ่ายมีเลือดสด · ท้องอืดตึงมาก · อึมีเลือดปนมูกร่วมกับร้องเป็นพัก ๆ และซึม
🩸 การไหลเวียน ซีดมาก · ตัวเย็นซีด · เลือดออกไม่หยุด

ช่วงวัย สัญญาณ
🍼 แรกเกิด – 1 เดือน 🚨 ไข้ตั้งแต่ 38°C = สีแดง ไปทันที · ตัวเหลืองเพิ่มขึ้นหรือถึงท้องและขา · ดูดนมน้อยลงชัดเจน · น้ำหนักไม่ขึ้น · สะดือแดงบวมมีหนอง · อาเจียนพุ่งทุกมื้อ
👶 1–12 เดือน ไข้ในทารก 1–3 เดือน · ไข้เกิน 3 วัน · ไม่ยอมกินหรือดื่ม · ปัสสาวะน้อยลง · ท้องเสียเกิน 7 วัน · ร้องไม่หยุดเกิน 2–3 ชั่วโมงและปลอบไม่ได้ · ถ่ายมีมูกเลือดปน
🧒 1–5 ปี ไข้เกิน 3 วันหรือตั้งแต่ 40°C · ไข้กลับมาใหม่หลังหายแล้ว · สงสัยกลืนของชิ้นเล็ก · หายใจมีเสียงหวีด · ปวดหูมาก · ปวดปัสสาวะแสบขัด · บาดเจ็บที่ฟันหรือหาฟันที่หลุดไม่เจอ

หมวด สัญญาณ
📈 การเจริญเติบโต น้ำหนักตกข้ามเส้นเปอร์เซ็นไทล์หลัก 2 เส้น · ส่วนสูงชะลอลง (บทที่ 20.1)
🧠 พัฒนาการ 🚩 สูญเสียทักษะที่เคยทำได้ = ไปโดยไม่รอนัด · ไม่หันเมื่อเรียกชื่อที่ 9 เดือน · ไม่มีคำที่มีความหมายที่ 18 เดือน · ไม่ต่อ 2 คำที่ 2 ขวบ · ไม่สนทนาโต้ตอบที่ 3 ขวบ · ใช้มือข้างเดียวชัดเจน (บทที่ 24.5, 26.4, 31.4)
🦷 ช่องปาก จุดขาวขุ่นตามแนวเหงือก · ฟันเปลี่ยนสี · ยังไม่เคยพบทันตแพทย์ (บทที่ 25.2)
👁️ สายตาและการได้ยิน ตาเขหลัง 4 เดือน · เอียงคอหรือหรี่ตา · เปิดทีวีเสียงดังมาก · ขอให้พูดซ้ำบ่อย (บทที่ 33.2)
🍽️ การกิน ตัดอาหารทั้งหมวด · สำลักทุกครั้งที่กิน · น้ำหนักไม่ขึ้น (บทที่ 27.4)
💚 สุขภาพจิตพ่อแม่ 🚨 มีความคิดทำร้ายตัวเองหรือกลัวจะทำร้ายลูก = โทร 1323 ทันที · เศร้าเกิน 2 สัปดาห์ · รู้สึกถอยห่างจากลูก (บทที่ 34.5)

เบอร์ หน่วยงาน
🚑 1669 การแพทย์ฉุกเฉิน (ฟรี 24 ชม.)
☠️ 1367 ศูนย์พิษวิทยา โรงพยาบาลรามาธิบดี (24 ชม.)
💚 1323 สายด่วนสุขภาพจิต (ฟรี 24 ชม.)
👶 1387 มูลนิธิสายเด็ก (ฟรี 24 ชม.)
🏠 1300 ศูนย์ช่วยเหลือสังคม (24 ชม.)
🏥 1330 สายด่วน สปสช.
🚒 199 ดับเพลิง
👮 191 ตำรวจ

✍️ กรอกเพิ่ม: โรงพยาบาลใกล้ที่สุด _______ · กุมารแพทย์ประจำ _______ · เบอร์พ่อ _______ · เบอร์แม่ _______


ใช้สูตร 6 ข้อนี้ — พูดตามลำดับ

1. 👶 "ลูกอายุ ___ น้ำหนัก ___ กิโล"

2. ⏱️ "เริ่มมีอาการเมื่อ ___ (กี่ชั่วโมง/กี่วันที่แล้ว)"

3. 🩺 "อาการหลักคือ ___"พูดอาการที่ห่วงที่สุดก่อน

4. 📈 "อาการเปลี่ยนไปอย่างนี้ ___" — ดีขึ้น แย่ลง หรือเท่าเดิม

5. 💊 "ให้ยา ___ ขนาด ___ เวลา ___"สำคัญมาก อย่าลืม

6. 🚩 "ที่ทำให้หนูตัดสินใจมาคือ ___"บอกสิ่งที่ทำให้คุณกังวลตรง ๆ

ตัวอย่าง

"ลูก 8 เดือน หนัก 8 โล มีไข้มา 2 วัน วันนี้ขึ้น 39.5 ให้พาราเซตามอล 5 ซีซี ครั้งสุดท้ายเมื่อ 3 ชั่วโมงก่อน · ที่ทำให้หนูมาคือวันนี้เขาซึมกว่าเดิมมากและไม่ยอมดื่มนมเลยตั้งแต่เช้าค่ะ"

📋 ของที่ควรพกไปโรงพยาบาลทุกครั้ง

  • 📖 สมุดสีชมพู (บทที่ 20.2)
  • 📱 รูปหรือวิดีโออาการ — ผื่น การหายใจ การชัก
  • 💊 ยาที่ให้ไป หรือถ่ายรูปฉลากยา
  • 📝 กระดาษหนึ่งแผ่นที่มีน้ำหนัก ประวัติแพ้ยา และโรคประจำตัว
  • 🍼 ของใช้ลูก — นม ผ้าอ้อม ผ้าห่ม ของเล่นที่คุ้นเคย
  • 🔋 สายชาร์จโทรศัพท์

กล่องเขียว: ใจของพ่อแม่

"ถ้าถึงเวลาจริง ฉันจะทำได้ไหม"

ห้าข้อที่อยากให้เก็บไว้

1. คุณไม่ต้องจำทั้งบทนี้ ให้จำแค่: 🚑 1669 · ☠️ 1367 · และ 3 อย่างที่ต้องดู — 🫁 การหายใจ · 💧 การปัสสาวะ · 😴 ระดับความรู้สึกตัว

2. การทำอะไรบางอย่างดีกว่าการไม่ทำอะไรเลย ถ้าคุณช่วยหายใจไม่เป็น ให้กดหน้าอกอย่างเดียว · ถ้าคุณไม่แน่ใจว่าเป็นอะไร ให้โทร 1669 แล้วให้เจ้าหน้าที่แนะนำทางโทรศัพท์

3. การพาไปแล้วหมอบอกว่าไม่เป็นอะไร คือผลลัพธ์ที่ดี ไม่ใช่การเสียเวลา ไม่ใช่การคิดมากสัญชาตญาณของพ่อแม่ที่รู้ว่า "ลูกไม่เหมือนเดิม" เป็นข้อมูลที่แพทย์ให้น้ำหนัก

4. การป้องกันได้ผลมากกว่าการกู้ชีพ อุบัติเหตุในเด็กเล็กเกือบทั้งหมดป้องกันได้การเทน้ำในกะละมังทิ้ง ยึดตู้ติดผนัง ล็อกยา และใช้คาร์ซีท ช่วยชีวิตได้มากกว่าทักษะปฐมพยาบาลทั้งหมดรวมกัน (บทที่ 25)

5. ถ้าเกิดเรื่องขึ้นแล้ว — คุณไม่ใช่พ่อแม่ที่แย่ เด็กทุกคนล้ม ทุกคนป่วย และอุบัติเหตุเกิดขึ้นในบ้านที่ดีที่สุดได้ · สิ่งที่วัดคุณคือสิ่งที่คุณทำต่อจากนั้น — และการที่คุณอ่านบทนี้จบ คือหลักฐานว่าคุณเตรียมพร้อมเพื่อลูก

💚 และประโยคสุดท้ายของหนังสือเล่มนี้

คุณอ่านมาถึงหน้าสุดท้ายของ 36 บท — ไม่ใช่เพราะคุณกลัว

แต่เพราะคุณรัก

และความรักที่ลงมือเตรียมตัว คือความรักที่ปกป้องได้จริง

เช็กลิสต์ลงมือทำ — บทที่ 36

ทำสัปดาห์นี้

ตรวจสอบความปลอดภัยอีกครั้ง (บทที่ 25.3)

ท่องให้ขึ้นใจ

คำถามที่หมอถูกถามบ่อยที่สุด (บทที่ 36)

ถาม: ลูกสำลักแล้วยังไอเสียงดังอยู่ ควรตบหลังเลยไหม

ไม่ควรถ้าลูกยังไอเสียงดัง ร้องได้ หรือหายใจมีเสียง แสดงว่าทางเดินหายใจยังไม่อุดสนิท ให้เขาไอออกเอง · 🚫 ห้ามล้วงคอเพราะจะดันลงลึกกว่าเดิม · แต่ต้องเฝ้าดูใกล้ชิด และช่วยทันทีถ้าไอไม่มีเสียงหรือหน้าเขียว

ถาม: ทารกสำลัก ใช้วิธีกดท้องแบบผู้ใหญ่ได้ไหม

🚫 ไม่ได้แนวทาง AHA และ AAP ระบุว่า "ไม่แนะนำการกดท้องในทารก" [1] · ในทารกให้ใช้ 5 ตบหลัง สลับกับ 5 กดอก ซ้ำเป็นรอบ [1] · การกดท้องใช้ในเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป

ถาม: ลูกชัก ควรใส่ช้อนในปากกันกัดลิ้นไหม

🚫 ห้ามเด็ดขาดเสี่ยงฟันหัก สำลัก และทำให้ทางเดินหายใจอุดกั้น · การกัดลิ้นตัวเองจนอันตรายพบได้น้อยมาก · ให้จัดนอนตะแคง ย้ายของอันตรายออก ดูเวลา และโทร 1669 ถ้าชักเกิน 5 นาทีหรือเป็นครั้งแรก

ถาม: ให้ยาลดไข้ป้องกันชักจากไข้ได้ไหม

ไม่ได้ — 🔺 ยาลดไข้ป้องกันชักจากไข้ไม่ได้ และการชักไม่ได้เกิดจากความสูงของไข้ [2] · การชักจากไข้พบในเด็กราวร้อยละ 2–5 ในช่วงอายุ 6 เดือน–5 ปี [2]

ถาม: ลูกถูกน้ำร้อนลวก ควรทายาสีฟันหรือน้ำปลาไหม

🚫 ห้ามเด็ดขาดห้ามใช้ครีม เจล ยาสีฟัน เนย หรืออะไรอื่นบนแผลไหม้ [3] · ให้ราดน้ำเย็นหรือน้ำอุ่นเล็กน้อยที่ไหลผ่าน 20 นาที [3] · 🚫 และห้ามใช้น้ำแข็งหรือน้ำใส่น้ำแข็ง [3]

ถาม: ลูกถูกลูกหมาที่บ้านกัดแค่รอยเล็ก ๆ ต้องไปโรงพยาบาลไหม

🚨 ต้องไปทุกกรณีแม้แผลจะเล็กมาก หรือเป็นสัตว์ที่บ้าน · ให้ล้างแผลด้วยน้ำและสบู่อย่างน้อย 15 นาทีก่อน ซึ่งลดความเสี่ยงพิษสุนัขบ้าได้อย่างมีนัยสำคัญ [5] · เพราะโรคพิษสุนัขบ้าเมื่อแสดงอาการแล้วเสียชีวิตแทบทุกราย แต่ป้องกันได้เกือบ 100% ถ้าได้รับการดูแลทันเวลา

ถาม: ลูกกินยาของย่าไป 1 เม็ด แต่ยังดูปกติดี รอดูก่อนได้ไหม

🚫 ไม่ได้ — 🔺 สารและยาหลายชนิดออกฤทธิ์ช้าแต่รุนแรง · โทร 1367 (ศูนย์พิษวิทยา) ทันทีหรือไปโรงพยาบาล · นำภาชนะหรือฉลากยาไปด้วย · 🚫 ห้ามทำให้อาเจียนและห้ามให้ดื่มนม

ถาม: ลูกหัวกระแทกพื้นแล้วร้องทันที ต้องไปโรงพยาบาลไหม

การร้องทันทีเป็นสัญญาณที่ดีกว่าการเงียบและซึม · ให้ประคบเย็นและสังเกตอาการ 24–48 ชั่วโมง · 🚨 แต่ไปทันทีถ้ามี: ซึม ปลุกยาก · อาเจียนซ้ำ ๆ · ชัก · เลือดหรือน้ำใสจากหูหรือจมูก · แขนขาอ่อนแรง · รูม่านตาไม่เท่ากัน · ⚠️ และทารกอายุน้อยกว่า 1 ปีที่ศีรษะกระแทก ควรให้แพทย์ประเมิน

ถาม: ถ้าทำ CPR ผิดวิธี จะทำให้ลูกแย่ลงไหม

การไม่ทำอะไรเลยแย่กว่ามาก · ถ้าไม่มั่นใจเรื่องการช่วยหายใจ ให้กดหน้าอกอย่างเดียวต่อเนื่อง · และโทร 1669 พร้อมเปิดลำโพงเพื่อให้เจ้าหน้าที่แนะนำทางโทรศัพท์ได้

ถาม: ควรมียาอะไรติดบ้านสำหรับลูกเล็ก

พาราเซตามอลชนิดน้ำพร้อมกระบอกตวง · ผงเกลือแร่ ORS · น้ำเกลือหยอดจมูกและลูกยางดูด · ปรอทดิจิทัล · อุปกรณ์ทำแผล · 🚫 ไม่ต้องมียาแก้ไอ ยาแก้หวัด ยาหยุดถ่าย หรือยาปฏิชีวนะติดบ้าน [6] · 🔒 และทั้งหมดต้องเก็บในที่ล็อกได้

เรื่องที่คนชอบเข้าใจผิด (บทที่ 36)

ความเชื่อ: "ล้วงคอเอาของออกได้ถ้าเห็นว่าติด"

ความจริง: 🚫 การล้วงคอจะดันสิ่งของลงลึกกว่าเดิมยกเว้นกรณีที่เห็นชัดเจนและหยิบออกได้ง่ายด้วยนิ้ว

ความเชื่อ: "ทารกสำลักก็ใช้วิธีกดท้องเหมือนผู้ใหญ่"

ความจริง: 🚫 แนวทาง AHA และ AAP ระบุว่าไม่แนะนำการกดท้องในทารกให้ใช้ 5 ตบหลัง สลับ 5 กดอก [1]

ความเชื่อ: "ลูกชักต้องใส่ช้อนในปาก"

ความจริง: 🚨 ห้ามเด็ดขาด — เสี่ยงฟันหัก สำลัก และทางเดินหายใจอุดกั้น · การกัดลิ้นจนอันตรายพบได้น้อยมาก

ความเชื่อ: "ทายาสีฟันหรือน้ำปลาที่แผลไหม้จะไม่พอง"

ความจริง: 🚫 ห้ามใช้ครีม เจล ยาสีฟัน เนย หรืออะไรอื่นบนแผลไหม้ [3] — ให้ราดน้ำเย็นไหลผ่าน 20 นาที

ความเชื่อ: "ใช้น้ำแข็งประคบแผลไหม้ให้เย็นเร็ว"

ความจริง: 🚫 ห้ามใช้น้ำแข็งหรือน้ำใส่น้ำแข็ง [3] — ทำให้เนื้อเยื่อเสียหายเพิ่ม

ความเชื่อ: "สัตว์ที่บ้านกัดไม่ต้องกังวลเรื่องพิษสุนัขบ้า"

ความจริง: 🚨 ต้องล้างแผลด้วยน้ำและสบู่อย่างน้อย 15 นาที และไปโรงพยาบาลทุกกรณี [5] — เพราะเมื่อแสดงอาการแล้วเสียชีวิตแทบทุกราย แต่ป้องกันได้เกือบ 100%

ความเชื่อ: "ให้ดื่มนมเพื่อล้างพิษเมื่อกินสารเคมี"

ความจริง: 🚫 ไม่ช่วยและอาจทำให้แย่ลงห้ามทำให้อาเจียนด้วย · โทร 1367 หรือไปโรงพยาบาลทันที และนำภาชนะไปด้วย

ความเชื่อ: "กลืนถ่านกระดุมแล้วเดี๋ยวก็ถ่ายออกเอง"

ความจริง: 🚨 ถ่านที่ติดในหลอดอาหารทำให้เกิดแผลไหม้จากด่างที่กัดทำลายเนื้อเยื่อภายในเวลาเพียง 2 ชั่วโมง [4] — ไปโรงพยาบาลทันที

ความเชื่อ: "ควรมียาปฏิชีวนะติดบ้านเผื่อฉุกเฉิน"

ความจริง: 🚫 ไม่ควรยาที่เหลือมักไม่ครบขนาด อาจไม่ตรงเชื้อ และเพิ่มการดื้อยา

ความเชื่อ: "ถ้าทำ CPR ไม่เป็น อย่าทำเลยดีกว่า เดี๋ยวทำให้แย่ลง"

ความจริง: 🔺 การกดหน้าอกอย่างเดียวดีกว่าการไม่ทำอะไรเลยอย่างมากและโทร 1669 พร้อมเปิดลำโพงเพื่อให้เจ้าหน้าที่แนะนำได้

เอกสารอ้างอิง — บทที่ 36 (Vancouver Style)

  1. American Heart Association; American Academy of Pediatrics. Part 6: pediatric basic life support — 2025 American Heart Association and American Academy of Pediatrics guidelines for cardiopulmonary resuscitation and emergency cardiovascular care. Circulation. 2025. ในทารกแนะนำ 5 ตบหลังสลับ 5 กดอก และไม่แนะนำการกดท้อง · ในเด็กแนะนำ 5 ตบหลังสลับ 5 กดท้อง · อัตราการกด 100–120 ครั้ง/นาที ความลึกราวหนึ่งในสามของความหนาหน้าอก อัตรากดต่อช่วยหายใจ 30:2 เมื่อช่วยคนเดียวและ 15:2 เมื่อมีผู้ช่วยที่ได้รับการฝึกสองคน. เข้าถึงได้จาก: https://www.ahajournals.org/doi/10.1161/CIR.0000000000001370

  2. Sullivan JE, Farrar HC; Section on Clinical Pharmacology and Therapeutics; Committee on Drugs, American Academy of Pediatrics. Fever and antipyretic use in children. Pediatrics. 2011;127(3):580-7. ประกอบกับ AAP reports on the use of antipyretics for fever in children. Am Fam Physician. 2012;85(5):518-9. เข้าถึงได้จาก: https://publications.aap.org/pediatrics/article/127/3/e20103852/65016/

  3. British Red Cross. Learn first aid for burns [อินเทอร์เน็ต]. London: British Red Cross; [เข้าถึงเมื่อ 29 ก.ค. 2569]. ประกอบกับ Cool running water as a first aid treatment for burn injuries. Ann Emerg Med. 2025. เข้าถึงได้จาก: https://www.redcross.org.uk/first-aid/learn-first-aid/burns

  4. National Capital Poison Center. Button battery ingestion triage and treatment guideline [อินเทอร์เน็ต]. Washington (DC): Poison Control; [เข้าถึงเมื่อ 29 ก.ค. 2569]. เข้าถึงได้จาก: https://www.poison.org/battery/guideline

  5. World Health Organization. Rabies [อินเทอร์เน็ต]. Geneva: WHO fact sheet; [เข้าถึงเมื่อ 29 ก.ค. 2569]. การดูแลหลังสัมผัสประกอบด้วยการล้างแผลด้วยน้ำและสบู่อย่างน้อย 15 นาที การให้วัคซีนพิษสุนัขบ้า และการให้อิมมูโนโกลบูลินเมื่อมีข้อบ่งชี้. เข้าถึงได้จาก: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/rabies

  6. US Food and Drug Administration. Use caution when giving cough and cold products to kids [อินเทอร์เน็ต]. Silver Spring (MD): FDA; [เข้าถึงเมื่อ 29 ก.ค. 2569]. เข้าถึงได้จาก: https://www.fda.gov/drugs/special-features/use-caution-when-giving-cough-and-cold-products-kids

  7. World Health Organization. Guideline on management of pneumonia and diarrhoea in children up to 10 years of age [อินเทอร์เน็ต]. Geneva: WHO; [เข้าถึงเมื่อ 29 ก.ค. 2569]. เข้าถึงได้จาก: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK611550/


⚠️ ข้อจำกัดของเนื้อหา — สำคัญมาก

🆘 บทนี้ไม่สามารถใช้แทนการฝึกอบรมการช่วยชีวิตเบื้องต้นได้

การอ่านขั้นตอนไม่เท่ากับการทำเป็นผู้ดูแลเด็กทุกคนควรเข้ารับการอบรมการช่วยเหลือเด็กสำลักและการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) เด็ก จากหน่วยงานที่ได้รับการรับรอง และทบทวนทักษะเป็นระยะ

เนื้อหาบทนี้เรียบเรียงจากข้อมูล ณ เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2569แนวทางการช่วยชีวิตมีการปรับปรุงเป็นระยะ ควรยึดแนวทางฉบับล่าสุดและคำแนะนำจากผู้ฝึกสอนที่ได้รับการรับรอง

💊 ไม่มีข้อมูลขนาดยาใดในบทนี้ที่ใช้แทนคำสั่งของแพทย์ได้ — ขนาดยาต้องคำนวณตามน้ำหนักตัวจริงและได้รับการยืนยันจากแพทย์หรือเภสัชกร

🚨 ในภาวะฉุกเฉิน ให้โทร 1669 ก่อนเสมอ และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ทางโทรศัพท์การรอค้นหาข้อมูลในหนังสือทำให้เสียเวลาที่สำคัญที่สุด

ตาราง Red Flags ในหัวข้อ 36.5 ไม่ครอบคลุมทุกภาวะและทุกอาการหากท่านกังวล ให้ปรึกษาแพทย์เสมอ · ความกังวลของพ่อแม่เป็นข้อมูลที่มีค่าทางการแพทย์

☎️ เบอร์ฉุกเฉิน: 1669 (การแพทย์ฉุกเฉิน) · 1367 (ศูนย์พิษวิทยา) · 1323 (สุขภาพจิต) · 1387 (สายเด็ก) · 1300 (ศูนย์ช่วยเหลือสังคม) · 1330 (สปสช.)